สาวไทย อายุแค่ 25 จบ ม.ปลาย ไป ขับรถส่งของ ทั่วอเมริกา ทำเงินเดือนเกือบล้าน

หญิงไทยสุดสตรอง! สิงห์รถบรรทุกแห่งอเมริกา ปิ๋ม – สุภาวดี นามชารี สาวสวยวัยเบญจเพส ฝันอยากเป็นตำรวจหญิงสายบู๊ ชีวิตพลิกผันบินสู่เมืองลุงแซม เบนเข็มขับรถบรรทุกคันโตส่งของทั่วอเมริกา สู้ไม่ถอย เก็บหอมรอมริบออกรถบรรทุก สร้างรายได้เดือนนึงเกือบล้านบาท

ถาม-ตอบทุกซอกหลืบชีวิตหญิงสุดแกร่ง ทำได้ไงใช้ชีวิต กินนอนบนรถบรรทุกนานนับเดือน ตีแผ่ความจริง คนขับรถบรรทุกสุดเครียด ห่างบ้าน ไกลคนรัก

Q: เริ่มหัดขับรถครั้งแรกตอนไหน

A: คุณพ่อ และญาติๆ จะเป็นคนขับรถบรรทุกกันหมด รวมๆ จะมีรถอยู่ประมาณ 140 กว่าคัน ทำครบวงจร ประมูลทำถนน ทำหลายอย่าง พ่อก็มักจะพานั่งไปบนรถบรรทุกตั้งแต่เด็กเลย เพิ่งจะมาหยุดช่วงเข้า ม.ต้น ไม่มีความคิดเบื่อเลย มีแต่แบบอยากไป เวลาไปขนหิน ไปโรงโม่ ก็ตื่นเต้น หินมันกองใหญ่เบ้อเริ่ม เราก็ไปเก็บหินมาใส่อ่างปลาที่บ้าน มีฟีลแบบอยากไปอีก อาทิตย์หน้ามารับอีกนะ

จริงๆ เริ่มขับรถตั้งแต่ ป.6 เลย หนูขอพ่อขับรถกระบะเกียร์กระปุก คือตอนนั้นขายังไม่ถึงเลยนะ พ่อก็เอาหมอนมาซ้อนให้นั่ง 2-3 อัน แล้วก็หัดขับ แต่ว่าก็เป็นเรื่องไม่ดีนะ แต่นี่หมายถึงหนูอยากขับ คือพ่อแม่ไม่มีลูกผู้ชาย แล้วหนูก็ชอบทำอะไรแบบเด็กผู้ชาย พ่อเลยสอนให้

หนูจะเป็นผู้หญิงที่ห้าวๆ นิสัยเหมือนผู้ชาย เล่นกับผู้ชายมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่ค่อยมีเพื่อนผู้หญิง เพราะคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง

Q: ทำไมถึงฝันอยากเป็นตำรวจสายบู๊

A: พอจบ ม.6 หนูอยากเป็นตำรวจ ก็เลยไปสอบตำรวจ แบบสอบนายร้อย ก็ติดรอบข้อสอบ แต่พอเราไปรอบร่างกาย รอบวิ่ง ก็ไม่ผ่าน ตอนนั้นก็เลยลงเรียนครูไปก่อนที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม คือไม่ได้อยากเป็นครูแต่เพื่อนบอกให้ลงไว้ก่อน เพราะตำรวจปีหน้าเขาจะมีสอบอีก

พอขึ้นปี 1 เทอมแรก ตำรวจนายร้อยก็เปิดสอบอีก หนูก็ไปสอบ แต่ครั้งนี้สอบติดเหมือนกัน แต่ว่าไม่ได้ไปสัมภาษณ์ ไม่ได้ไปรายงานตัว เพราะคิดว่าคงสอบปฏิบัติไม่ผ่าน จึงมีความคิดที่ว่าอยากจะมาอเมริกา ก็เลยมาโครงการที่เรียกว่า Work and Travel ของอเมริกา ที่เขาให้นักเรียนมหาวิทยาลัยไปโครงการ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ว่า ทำไมถึงมาอเมริกา

เป็นตำรวจหนูก็คิดไว้นะ ว่าสายที่หนูอยากไป หนูอยากไปปราบปราม ไม่ได้อยากเป็นตำรวจสายผู้หญิงที่นั่งทำเอกสาร หนูไม่อยากทำแบบนั้น คือหนูชอบกฎหมาย เป็นอะไรก็ได้ที่ขอให้ชีวิตประจำวันได้ใช้ แต่ถามว่าจะไปเป็นทนายไหม คงไม่ เพราะไม่ค่อยชอบไปพูดกับคน หรือไปไกล่เกลี่ย ดังนั้นจึงแขอให้อาชีพนั้น มีส่วนหนึ่งของกฎหมาย ก็เลยเป็นตำรวจดีกว่าเวิร์กสุด

หนูเป็นคนค่อนข้างจะตรงๆ เวลาเห็นอะไรที่ขัดหูขัดตา หนูก็จะคิดต่างพวก เป็นแกะดำในกลุ่มนั้น บุคลิกภายนอกถ้าคนอื่นเห็น จะเหมือนผู้หญิงหวานๆ แต่ความจริงไม่ใช่เลย

Q: ประสบการณ์ work and travel โดนเท ?

A : โฮสต์แฟมิลี่ที่หนูไปอยู่ด้วย เป็นครูโรงเรียนที่ และด้วยความที่เขาเป็นครู ก็มีสไตล์เหมือนจิตวิทยาในการคุยกับหนู บางทีนั่งกินข้าวก็จะถามโน้นถามนี่ หนูก็ไม่ตอบ ไม่พูด เพราะอาย ทั้งที่เรียนแบบ EP สองภาษามา ถามว่าเราเข้าใจทุกอย่างที่เขาพูดมั้ย เราเข้าใจ แต่เราแค่ไม่พูดกับเขา เราอาย

ตอนนั้นทำงานที่โรงแรมที่โครงการหาให้ โครงการที่ปิ๋มไปจะไม่ขอเอ่ยชื่อแล้วกัน work and travel มีหลายเจ้ามาก แต่เจ้าที่หนูไปมันแย่ตรงที่ว่า เราโดนเท เพราะไปถึงเราไม่มีที่อยู่เลย เราติดต่อเอเจ้นไม่ได้ ก็ต้องหาเพื่อนฝรั่งพาไปวัดไทย เจอคุณป้าท่านหนึ่งใจดี ให้ไปอยู่ด้วย ตอนนั้นมีคนโดนเท 6 คน แต่ก็ไม่รู้จักกันสักคนมาจากต่างถิ่น ก็ไปรวมตัวกันอยู่ที่บ้านคุณป้าท่านนั้น

แล้วทั้ง 6 คนนี้ก็ทำงานอยู่ที่เดียวกัน เป็นแม่บ้านทำความสะอาดโรงแรมห้าดาว แต่ของหนูกับเพื่อน ได้ทำงานที่ฟร้อนท์ คนที่ทักษะภาษาอังกฤษจะดีหน่อย เขาก็จะให้มาทำงานข้างหน้า แต่ด้วยความที่หนูไม่ชอบคุยกับคน หนูก็ขอกลับไปทำกับเพื่อนที่ทำความสะอาด เพราะไม่ต้องไปคุยกับใคร แต่ทำงานที่ฟร้อนท์ข้างหน้าต้องเจอลูกค้า ต้องทักทาย หนูก็เลยขอเขาเปลี่ยนงาน ก็เลยได้ไปทำงานเป็นแม่บ้านแทน

เหนื่อยมาก ทั้งการเดินทาง เมื่อก่อนยังไม่มีรถด้วย เราก็ต้องนั่งรถเมล์ ตั้งแต่ตีสี่ ตีห้า ก็นั่งรถเมล์ 2-3 ชั่วโมง กว่าจะไปถึงที่ทำงาน ก็ค่อนข้างที่จะลำบาก

Similar Posts